ขอนแก่น (มีคลิป)ชาวนาสาปแช่งโจรขโมยเงินกว่า1แสนบาทพร้อมสร้อยทอง2เส้น

305

ชาวนา อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ตั้งรางวัลนำจับโจรจำนวน 10,000 บาท หลังถูกคนร้ายแอบย่องเข้ามาก่อเหตุขโมยกระเป๋าสะพายของตายายและหลานขณะกำลังเกี่ยวข้าว ไม่ถึงชั่วโมงกลับมากระเป๋าหายได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนกว่า 100,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และ 1 สลึงรวม 2 เส้น พร้อมสาปแช่งคนร้ายให้เสียมากกว่าที่ได้ไป

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ไปยังทุ่งนาของ นางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 164 ม. 11   บ้านนาเจริญ ต.นาจาน อ.สีชมพู จังหวัดขอนแก่น  หลังจากที่มีโซเชียล แชร์ข้อมูลพร้อมภาพนิ่งขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุพร้อมข้อความว่า “ขอความร่วมมือแนจร้ามีไผรู้เบาะแสคนร้ายรึเห็นคนแวะนาท่งนี้บ่ว่า  มีคนขโมยกระเป๋ายุบนเถียงนาในกระเป๋ามีเงิน100,000บาทสร้อยคอ/บาทเส้นสร้อยคอ1สลึงอีก1เส้น บัตรเอทีเอ็ม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก ไผพอรู้เบาะแสรึเห็นกระเป๋าใบสีน้ำตาลรึว่าเห็นกระเป๋าเหี่ยยุแถวนาจานหนองไฮหนองหมูรึเขตใกล้เคียงแจ้งแนเด้อจ้ารึโทมาบอกกะได้จ้าสิมีรางวัลให้0630049874ที่บ้านนาเจริญ อ.สีชมพู  จ.ขอนแก่น”

นางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี  พร้อมสามีและหลานชาย พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณกระท่อมนา จุดเกิดเหตุที่ถูกคนร้ายขโมยกระเป๋า ซึ่งใส่เงินสด 1 แสนบาทพร้อมสร้อยคอทองคำ 2 เส้น เหตุเกิดเมื่อช่วงสาย วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นกระท่อมนาอยู่ริมถนน โดยที่ริมถนนนั้น มีต้นไม้ขึ้นรกทึบ นางหนูหลิ่ง เปิดเผยว่า ตัวเองกับสามีเป็นคนประหยัด ทำมาหากินในทุกอาชีพที่ได้เงิน รับจ้างทำงานทุกชนิด รวมทั้งเก็บของเก่าขายและรวบรวมเงินใส่กระเป๋าติดตัวไว้ เมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ตัดอ้อย ก็จะนำไปฝากธนาคาร 1 ครั้งทำเช่นนี้ติดต่อกันมาร่วม 20 ปีแล้วจนมีเงินซื้อที่นา ทำนา ปลูกอ้อย เลี้ยงลูกหลาน

ก่อนเกิดเหตุ ช่วงนี้เกี่ยวข้าว จึงชวนสามีมานอนเฝ้านา และวันเสาร์นัดรถมาสีข้าว จึงเปิดประตูทางเข้าเอาไว้ หลังรับประทานอาหารเช้า จึงพร้อมด้วยสามีและหลานชายลงไปยังทุ่งนา ห่างจากกระท่อมประมาณ 100 เมตร โดยได้วางกระเป๋าเรียงกันไว้ที่กระท่อมนา จากนั้นได้ร่วมกันเก็บฟ่อนข้าว รอรถสีข้าว ประมาณ 1 ช่วงโมง จึงขึ้นมาพัก หลานชายจึงถามหากระเป๋า แต่หาไม่เจอ จากนั้นยายตาหลานต่างก็หากระเป๋าตัวเอง แต่หาไม่เจอ จึงรู้ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยเอากระเป๋าที่ใส่เงินสด ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 1,000บาท ฉบับละ 100และ 20บาท ซึ่งมัดรวมกันไว้ในกระเป๋ารวมแล้ว 100,000บาท พร้อมสร้อยคอทองคำเส้นละ 2  บาท 1 เส้น เส้นละ 1 สลึงอีก 1 เส้น และเอกสารสำคัญหลายอย่าง รวมถึงบัตรสวัสดิของรัฐด้วย เมื่อแน่ใจแล้วว่ากระเป๋าเงินหาย จึงให้หลานชายโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพูทันที

นางหนูหลิ่งกล่าวอีกว่า เมื่อคนร้ายขโมยเงินสดไป ครอบครัวก็หมดตัว ต้องยืมเงินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย แต่ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว จึงขอให้รางวัลนำจับ จำนวน 10,000บาทสำหรับคนแจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ และขอสาปแช่งให้คนร้ายมือขาดขาขาด ขอให้ฉิบหายวายวอด ขอให้มันหมดเยอะกว่าที่ขโมยของตัวเองไป ได้ทองไป 2 บาทกว่า ก็ขอให้มันหมดไป 5 บาท ขอให้มันดูข่าว ขอให้มันรับรู้ ขอให้เวรกรรมตามมันทันให้มันเอาข้าวของเงินทองมาคืน เพราะเชื่อว่ามันยังคงใช้ไม่หมด

ทางด้าน พ.ต.ท.ไพเราะ พุ่มคำ สว.สืบสวนสภ.สีชมพู กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า  หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมพนักงานสอบสวน ไดลงพื้นที่ตรวจที่เกดเหตุ แต่เนื่องจากจุดดังกล่าว ไม่มีใครพบเห็นตัวคนร้าย ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงต้องทำการสืบสวนสอบสวนจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งชาวบ้านที่ตากข้าวบนถนน และญาติพี่น้องคนใกล้ชิด ละคนสนิทกับครอบครัวนี้ ทั้งยังได้ประสานไปยังร้านทองในอำเภอสีชมพู อำเภอใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย/////////