ขอนแก่น พ่อแม่เด็ก2ขวบติดใจโรงพยาบาลรัฐทำลูกตาย

3379

หัวใจแทบสลาย พ่อแม่เด็กชายวัย 2 ขวบ ติดใจการรักษาของแพทย์หญิงโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ทำลูกเสียชีวิตระบุสาเหตุว่าปอดติดเชื้อทั้งที่เข้ารับการรักษาไม่มีอาการบ่งบอกมีเพียงไข้ธรรมดา ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นหลังทราบเรื่อง สั่ง สสจ.ขอนแก่นตรวจสอบด่วน

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 6 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายสุริยา ศรีวันทา อายุ 32 ปี และนางสาว ลักษณ์สุดาพร ตะโก อายุ 27 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 53 ม.6 บ้านสระบัว ต.โนนแดง อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ให้ผู้สื่อข่าวช่วยเป็นกระบอกเสียงในการตรวจสอบหาสาเหตุการตายของน้องโอชิ หรือเด็กชายนฤบดินทร์ ศรีวันทา อายุ 2 ขวบ 20 วัน เสียชีวิตขณะพาเข้ารักษาตัวที่รพ.ของรัฐ ในอำเภอแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีการตั้งศพน้องโอชิ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของพ่อแม่และญาติพี่น้อง โดยนางสาว ลักษณ์สุดาพร ตะโก อายุ 27 ปี มารดาของน้องโอชิ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้องโอชิอยู่ในความดูแลของคุณยายที่บ้าน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด ส่วนพ่อกับแม่ทำงานนอกบ้าน หลังเลิกงานก็กลับบ้านมาเจอลูกชายที่บ้านทุกวัน ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตนั้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ลูกชายตกเก้าอี้ ริมฝีปากแตก วันที่ 2 สิงหาคมลูกชายมีอาการไข้ตัวร้อน จึงพาไปหาหมอที่ รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งมีแพทย์ที่เป็นแพทย์หญิงทำการตรวจร่างกายและซักประวัติ จึงเล่าสาเหตุของการเกิดแผลในปากให้ฟัง และแม่ยังถามหมอว่า ปากแตกมีแผลในปาก จะมีการติดเชื้อหรือเป็นโรคมือเท้าปากหรือไม่ ซึ่งหมอรายดังกล่าวยืนยันว่า ลูกชายเป็นไข้ธรรมดาผลข้างเคียงที่เป็นแผลในปาก กินยาแก้ไข้ก็หาย ส่วนการติดเชื้อหรือการเป็นโรคมือเท้าปากนั้น ไม่มี หรือถ้าเป็น ก็ให้กินยาที่หมอให้ไป เชื้อโรคก็จะหายภายใน 7 วัน และหมอรายดังกล่าวได้สั่งยาแก้ไข้ให้กลับไปกินที่บ้าน พร้อมแนะนำว่า ให้ดูแลลูกเช็ดตัวเมื่อมีอาการตัวร้อน หรือถ้ามีไข้ขึ้นสูง ให้รีบส่งมาที่รพ. ซึ่งการไปหาหมอที่รพ.ครั้งแรกก็เชื่อตามคำแนะนำของหมอทุกอย่างและรับยากลับบ้าน

นางสาว ลักษณ์สุดาพร กล่าวต่ออีกว่า ขณะที่ลูกชายอยู่บ้าน ก็กินยาตามหมอแนะนำ รวมถึงยายและทุกๆคนก็ดูแลน้องโอชิด้วยดี กระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 3 ต่อเนื่องวันที่ 4 สิงหาคม ลูกชายมีอาการเหงื่อท่วมตัว เหนื่อย และตัวร้อน เช็ดตัวให้กินยาก็ไม่ดีขึ้น จึงรีบพาลูกชายส่งที่รพ.ประจำอำเภอ ซึ่งเป็นรพ.ที่เดิม ถึงรพ.ในช่วงเช้าวันที่ 4 หมอหญิงรายเดิมมาตรวจและซักประวัติ วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก จึงบอกว่า เป็นคนไข้รายเดิมที่เคยมาพบหมอเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อหมอตรวจร่างกายทำทุกอย่างแล้วบอกว่าต้องพ่นยาเพราะลูกมีอาการเหนื่อยหอบ ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ได้ทำการเอกซเรย์ร่างกายลูกชาย จากนั้นหมอก็บอกว่า ลูกชายมีอาการปอดติดเชื้อ ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น เพราะที่รพ.ดังกล่าวไม่มีหมอเฉพาะทาง

ซึ่งหมอบอกว่า ลูกมีอาการปอดติดเชื้อ และจะส่งตัวไปรพ.ขอนแก่น ก็เอะใจว่า ติดเชื้อได้อย่างไร เพราะสาเหตุใด พยายามถามหมอ แต่ไม่มีคำตอบ ทั้งยังเจาะแขนขาลูก เพื่อจะเข้าน้ำเกลือ แต่เจาะไม่ได้ จึงได้เจาะปลายนิ้วและบอกว่าเป็นการวัดน้ำตาลในเลือด และแจ้งว่าพบผลน้ำตาลในเลือดสูงถึง 480 จังหวะนั้นหมอไม่ให้พ่อแม่อยู่กับลูก แต่สามีไม่ยอมและพยายามอยู่ใกล้ลูกให้มากที่สุด จนพบว่าลูกมีอาการตาลอย จึงเรียกชื่อลูก ลูกก็ยังมีสติเรียกหาพ่อ และขอกินน้ำปั่น สามีเห็นท่าไม่ดีตะโกนถามหมอว่า ทำไมลูกชายมีอาการเช่นนี้ แต่ไม่มีคำตอบจากหมอ ขณะที่หมอหญิงรายนี้ก็มีอาการวิตกกังวล คุยโทรศัพท์เล่าอาการขอลูกชายกับคนที่คุยโทรศัพท์ด้วยตลอดเวลาคล้ายๆกับว่าตกใจกับอาการของลูกตนเอง

แม่น้องโอชิบอกอีกว่า ช่วงที่ลูกชายถูกเจาะแขนและขาเพื่อให้น้ำเกลือนั้น รพ.ได้ปิดปะตูทางเข้าออกทั้งหมด แต่โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของรพ.เปิดออกมา สามีจึงรีบวิ่งสวนเข้าไป จนเห็นอาการผิดปกติของลูก แต่สามีก็ถูกไล่ออกมาอีก ซึ่งครั้งนี้หมอคนเดิมให้สามีมาถามตนว่า จะใส่ท่อช่วยหายใจให้ลูกให้บิดามารดายินยอม ถ้าไม่ยินยอมลูกจะแย่กว่านี้ จึงบอกสามีว่าไม่ยอมให้หมอใส่ท่อเด็ดขาด และพยายามหาทางเข้าไปดูลูกชายในห้องฉุกเฉิน เมื่อเข้าไปได้ก็พบว่าลูกถูกใส่ท่อในช่องปากเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมีเลือดทะลักออกจากปากลูก และมีพยาบาลทำการดูดเสมหะ พร้อมกับเห็นอาการลูกชายช๊อคหมดสติ จึงถามหมอว่า ทำไม ทำแบบนี้ ไหนบอกว่าลูกชายไม่ได้เจ็บป่วยมาก และไหนว่าจะส่งต่อ รพ.ขอนแก่น ทำไมไม่ส่ง หมอรายนี้บอกว่า วันหยุดหมอใหญ่ไม่อยู่ ต้องรอหมอใหญ่เซ็นอนุมัติก่อนจึงจะส่งต่อได้ พร้อมทั้งไล่ให้ออกจากห้อง และทำการล๊อคประตูอีกครั้ง ไม่นานหมอและพยาบาลก็พากันเข็นลูกชายออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมทั้งบอกว่าลูกชายอยู่ในภาวะวิกฤติต้องส่งต่อไปยังอีกโรงพยาบาลที่อำเภอใกล้ๆกันที่มีความพร้อมทางการแพทย์ และนำร่างลูกชายซึ่งเหมือนคนหมดสติและปั้มหัวใจ ชีพจรต่ำมาก ใส่รถพยาบาล ส่งตัวไปยังรพ.ดังกล่าว เมื่อถึงรพ.แห่งใหม่ แพทย์ที่รพ.แห่งใหม่ แจ้งว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ช่วยไม่ทัน จึงทำเรื่องรับศพลูกออกจากรพ.กลับมาที่บ้าน ซึ่งหมอที่รพ.แห่งใหม่ออกใบรับรองการตายว่า ตายจากสาเหตุปอดติดเชื้อ

ขณะที่นายสุริยา ศรีวันทา อายุ 32 ปีพ่อของน้องโอชิ กล่าวว่า ลูกชายป่วยเป็นไข้ธรรมดา ไปหาหมอที่รพ.ครั้งแรกก็บอกว่าเป็นไข้ธรรมดา ไม่มีเชื้อโรคหรือติดเชื้อใดๆเลย แต่เมื่อลูกมีอาการไข้ขึ้นก็พาไปรพ.ซึ่งทำตามคำแนะนำของแพทย์ทุกอย่าง แต่วันที่ 4 สิงหาคม ซึ่งเป็นการหาหมอ ที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า ลูกชายป่วยเป็นอะไร และที่หมอบอกว่าปอดติดเชื้อ ก็น่าจะบอกได้ว่า เกิดจากสาเหตุใด จะส่งต่อไปที่รพ.ขอนแก่นตั้งแต่เช้าจนจะเที่ยงยังไม่ได้ส่ง เมื่อลูกชายตายก็ยังไม่มีคำตอบจากรพ.และหมอคนที่ทำการรักษาลูกชายว่า ลูกชายตายเพราะโรคอะไร ถ้าเป็นไปได้ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ายแพทย์หญิงรายนี้ออกจากรพ.แห่งนี้ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ จะได้ไม่มีลูกหลานใครต้องตายแบบลูกชายตนอีก โดยส่วนตัวตนเองและภรรยารวมถึงญาติพี่น้อง จะยังไม่เผาศพลูกชายจนกว่าจะได้คำตอบจากรพ.ว่า ลูกชายตายด้วยสาเหตุใด ถ้าปอดติดเชื้อ ติดจากสาเหตุใด ทั้งที่หมอบอกว่าลูกชายป่วยเป็นไข้ธรรมดา ไม่มีโรคหรือติดเชื้อรุนแรง และเชื่อว่าแพทย์หญิงรายนี้ไม่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาผู้ป่วย หรืออาจจะเป็นแพทย์จบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ จึงไม่ควรจะมาแลรักษาผู้ป่วย เพราะการสูญเสียลูกชายครั้งนี้ เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ไม่สามารถจะตีมูลค่าความเสียหายได้ เพราะไม่มีสิ่งใดมาทดแทนชีวิตลูกชายตนได้อีก และจะเดินหน้าร้องเรียนการทำงานของแพทย์รายนี้ไปยัง สสจ.ขอนแก่น และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นด้วย

นายสุริยา กล่าวอีกว่า ภายหลังรับศพลูกชายออกจาก จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนศิลา เพื่อให้มีการตรวจสอบการทำงานของผู้เกี่ยวข้องเพราะครอบครัวติดใจการตายของน้องโอชิ และร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ให้มีการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยของแพทย์หญิงรพ.ประจำอำเภอแห่งนี้ด้วย

ในขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามกรณีดังกล่าวจากนายสมศักดิ์จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ถึงกรณีของแพทย์ในรพ.แห่งนี้ที่ทำการรักษาแล้วมีผู้เสียชีวิตและบิดามารดา ญาติพี่น้องติดใจการตาย และต้องการพิสูจน์ เพื่ออยากทราบรายละเอียดสาเหตุการตายของลูกชาย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า รพ.ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สสจ.ขอนแก่น จะให้ สสจ.ขอนแก่น ทำการตรวจสอบถึงเรื่องที่ถูกร้องเรียน เพื่อจะได้ทราบข้อเท็จจริง ส่วนการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่างๆนั้น มีขั้นตอนอย่างไร จะให้ สสจ.ขอนแก่นรายงานให้ทราบตามลำดับต่อไป