ขอนแก่น คืบหน้าวัยรุ่นยิงกันหลังหมอลำเลิกตาย1เจ็บ2มือยิงมอบตัวให้การภาคเสธ

1711

ความคืบหน้ากรณีมีเหตุวัยรุ่นยกพวกยิงกันหลังจากงานหมอลำเลิกในพื้นที่ อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น จนเป็นเหตุให้มีเด็กวัยรุ่นอายุ 17 ปี เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน ล่าสุด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแวงใหญ่เผย มือยิงเจ้าของปลอกกระสุนที่ตกในจุดเกิดเหตุเข้ามอบตัวแล้ว ให้การภาคเสธ อ้างยิงเปิดทางเพื่อกลับบ้าน ไม่ได้ยิงใครตาย

จากเหตุการณ์ที่ นายธีรพงศ์ วงศ์สุรินทร์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่  29 หมู่ 10 บ้านโนนทอง ต.โนนทอง  อ.แวงใหญ่  จ.ขอนแก่น ถูกยิงได้รับบาดเจ็บและไปเสียชีวิตที่รพ.แวงใหญ่ หลังจากไปดูการแสดงหมอลำ แต่หลังจากงานแสดงหมอลำเลิก และช่วงจังหวะที่กำลังเดินทางออกจากสถานที่จัดแสดง เพื่อกลับบ้าน ประมาณ 200 เมตร ก็มีวัยรุ่นทะเลาะวิวาทและยิงกัน กะสุน ถูก นายธีรพงศ์ บาดเจ็บและเสียชีวิต และกระสุนยังถูกชาวบ้านอีก 2 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น และสืบสวน สภ.แวงใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุและหาเบาะแสคนร้ายตลอดทั้งวัน และพบปลอกกระสุนขนาด .380 ออโต้ 5 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ รวมถึงนำตัวผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบสวน เพื่อหาเบาะแสของมือปืน ในขณะที่ญาติของคนตาย ยืนยันว่า ได้สอบถามเพื่อนๆของหลานชายแล้วทราบว่า มีวัยรุ่นทะเลาะกันหลังเลิกดูหมอลำจริง แต่ไม่เกี่ยวกับหลานชาย จึงเชื่อว่า หลายถูกลูกหลงจากการยิงกันของกลุ่มที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ขอให้ตำรวจตามจับกุมกลุ่มที่ก่อเหตุมารดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก  พ.ต.อ.วิทยา บวรศิขริน ผกก.สภ.แวงใหญ่ ว่า เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2562  นายณัฐพล หรือโจ๊ก ลาอ่อน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 1 ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น พร้อมญาติและทนายความส่วนตัว ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเข้ามอบตัว ในกรณีที่มีการยิงปืน และมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในช่วงเช้ามืดวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังการเข้ามอบตัว พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นนายโจ๊ก พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่ตัวเองยิงปืนในคืนดังกล่าว โดย ผกก.สภ.แวงใหญ่ ได้เปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับนายโจ๊กว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาเบาะแสมือปืนที่ลงมือก่อเหตุ รวมถึงการนำตัวกลุ่มที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ และแจ้งกับพ่อผู้ปกครองของผู้ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ เสมือนว่ากดดัน ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ กระทั่งนายณัฐพล หรือโจ๊ก ลาอ่อน ได้บอกให้ญาติพาเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการสอบสวน นายโจ๊กให้การว่า มาดูการแสดงหมอลำกับเพื่อนๆประมาณ 8 คน โดยพกปืนมาด้วย แต่ไม่ได้พกเข้าไปในบริเวณงาน เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเข้ม จึงซุกซ่อนอาวุธปืนไว้ในพงหญ้าข้างถนน เมื่อหมอลำปิดการแสดง จึงพากันกลับบ้าน แต่มีวัยรุ่น 2 กลุ่มทะเลาะกันจนลามมาถึงกลุ่มของนายโจ๊ก  โดยนายโจ๊กอ้างว่า ได้ยิงปืนหลายนัดเพื่อเปิดทางกลับบ้าน เมื่ออกจากจุดเกิดเหตุมาได้ก็โบกรถยนต์กลับบ้าน พอถึงบ้านจึงรู้ว่าปืนที่เหน็บไว้ที่เอวหล่นหาย และทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตามหามือปืน ที่ยิงคนตายและคนเจ็บ จึงเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่าไม่ได้เป็นคนยิงคนตาย เพราะขณะที่ยิงนั้น เล็งปืนไปจุดอื่น ไม่ได้เล็งปืนใส่กลุ่มคน ทั้งยังให้การว่า การยิงปืนครั้งนี้ เพื่อนในกลุ่มเดียวกันอีก 3 คนก็พกปืนไปเที่ยวและได้ยิงปืนในบริเวณเดียวกัน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้คุมตัวนายโจ๊กไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพล ตามขั้นตอนของกฎหมาย ในข้อหา”ร่วมกันฆ่าผู้อื่น และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ,ยิงปืนที่ใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน” ส่วนเพื่อนของายโจ๊กอีก 3 คนที่ยิงปืนในคืนเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ทราบชื่อที่อยู่หมดทุกคนแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมิติออกหมายจับ จับกุมในข้อหาเดียวกัน

ทางด้าน นายณัฐพล หรือโจ๊ก ลาอ่อน กล่าวว่า ที่ตัดสินใจเข้ามอบตัวเพราะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนยิงคนตายและบาดเจ็บ เพราะไม่เคยรู้จักกันและไม่มีเรื่องบาดหมางกัน ส่วนการยิงปืนในคืนดังกล่าว เนื่องจากว่า ขณะกำลังจะกลับบ้าน มีวัยรุ่นสองกลุ่มทะเลาะกัน ประมาณ 40-50คน ถืออาวุธมีทั้งมืด ทั้งไม้ เฮโลเข้าห้ำหั่นกัน จนเรื่องลุกลามมาถึงกลุ่มตัวเอง ทั้งๆที่ไม่รู้เรื่อง จึงตัดสินใจยิงปืน เพื่อเปิดทางและเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งเมื่อยิงออกไปแล้วก็รีบกลับบ้าน  กระทั่งมารู้ว่าตำรวจตามหามือปืนที่ยิงปืนในคืนดังกล่าว จนมีคนตายและคนเจ็บ จึงเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคามเป็นจริง จนเองมีปืนขนาด .380 ที่มีการสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต ในราคาประมาณ 20,000 บาท เอามาพกติดตัวเพื่อป้องกันตัวเอง แต่ขณะนั่งรถกลับบ้านปืนได้หล่นหาย ยืนยันว่าไม่ได้ยิงคนตาย และคนเจ็บ เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ที่ยิงปืนออกไป ก็ยิงไปที่อื่น เพื่อเปิดทางกลับบ้าน ซึ่งเพื่อนอีก 3 คนก็ยิงเช่นกัน  จึงฝากถึงเพื่อนๆ ถ้าจะหนีก็หนีให้พ้น แต่ถ้าจะมอบตัวก็ให้เข้ามอบตัวกับตำรวจ และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ตายและคนเจ็บด้วย และขอยืนยันว่า ไม่ได้ยิงคน หรือยิงใคร ที่ยิงก็เพื่อเปิดทางกลับบ้านเท่านั้น