ขอนแก่น วอนช่วยเหลือน้องต่อวัย15ปี พี่สาวเพิ่งตาย พ่อแม่ป่วยติดเตียง

2184

น้องต่อ นักเรียนชายชั้น ม.3 ต้องหยุดเรียนมาจัดงานศพให้พี่สาวซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พ่อ แม่ป่วยมะเร็งเบาหวาน นอนติดเตียง ทำได้เพียงนอนนิ่งข้างโลงศพลูกสาว หลั่งน้ำตาวอนสังคมช่วยเหลือ ใกล้ตายไม่มีเงินใช้หนี้ห่วงเป็นภาระตกถึงลูกในอนาคต

มีกรณีพลังโซเชียลช่วยกันแชร์ข้อความแจ้งข่าวช่วยเหลือ ด.ช.วัชรพงษ์ ดวงเกวียน หรือน้องต่อ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3  โรงเรียนบ้านไผ่ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 68 ม.1 บ้านโนนแดง ต.โนนแดง อ.โนนศิลา จ.ขอนแก่น ซึ่งลาโรงเรียนจัดงานศพพี่สาว ที่เพิ่งเสียชีวิต ด้วยอาการไตวาย ตั้งสวดอภิธรรมศพที่บ้านและดูแลพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แม่ป่วย เบาหวาน ความดัน เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในบ้าน ซึ่งจะมีพิธีฌาปนกิจศพพี่สาวน้องต่อในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ที่วัดประจำหมู่บ้าน

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 12 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีเพื่อนบ้านมาช่วยจัดงานศพของนางสาว ธิดารัตน์ ดวงเกวียน อายุ 26 ปี พี่สาวของน้องต่อ ในขณะที่ภายในบ้านก็มีโลงศพ ซึ่งเป็นโลงเย็นของผู้ตายตั้งอยู่กลางบ้าน  โดยมี นายสมาน ดวงเกวียน อายุ 65 ปี พ่อ และ นางบุญยืน ดวงเกวียน อายุ 55 ปี แม่ นอนอยู่ใกล้ๆโลงศพ

โดยคนเป็นพ่อนั้นมีสภาพร่างกายที่ซูบผอม หนังหุ้มกระดูก นอนอยู่บนที่นอนและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จากการพูดคุยทราบว่า พ่อเป็นเบาหวานมากว่า 10 ปี กระทั่งช่วงกลางปี ที่ผ่านมา พ่อมีร่างกายอ่อนแรง ไปตรวจที่โรงพยาบาลพบก้อนเนื้อที่ไต โดยแพทย์ระบุว่าเป็นมะเร็งที่ไตระยะสุดท้าย ไม่มีทางรักษาให้หายได้ มีเพียงยาให้รับประทาน ประคับประคองอาการเท่านั้น พ่อรักษาตัวในโรงพยาบาลนานนับเดือน จึงกลับมาอยู่บ้าน และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง  มาเป็นเวลากว่า3 เดือนแล้ว

ข้างๆของคนเป็นพ่อก็มีแม่ นอนอยู่ ซึ่งแม่ถูกตัดนิ้วเท้าข้างซ้าย ขาขวาบวม เพิ่งผ่านการผ่าตัดมา และเป็นกระดูกทับเส้น เดินไปไหนไม่ได้ ซึ่งนางบุญยืน กล่าวว่า ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันมานาน และเป็นกระดูกทับเส้น  ไม่มีเรี่ยวแรงมา 10 กว่าปี แต่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่แล้วเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา จู่ๆร่างกายก็อ่อนแรง และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  ไปพบแพทย์ก็ทราบว่า เป็นผลข้างเคียงของโรคประจำตัว ลาสุดเป็นแผลที่นิ้วชี้ของเท้าข้างซ้าย แต่รักษาไม่หาย เพราะเป็นอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แพทย์จึงตัดนิ้วเท้าออก

พ่อและแม่ ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาอีกว่า นอนข้างๆกันต่างก็ให้กำลังใจกันและกัน และหวังว่า จะมีคนยื่นมือมาช่วยน้องต่อ เพราะสิ่งที่เป็นห่วงคือหนี้สินของพ่อแม่ ถ้าพอแม่ตายไป น้องต่อก็ต้องรับผิดชอบแทน ทั้งหนี้ ธกส.จำนวนแสนกว่าบาท หนี้กองทุนหมู่บ้าน70,000บาท หนี้กองทุนเงินล้าน 50,000บาท หนี้กองทุนประชารัฐ 50,000 บาท หนี้สหกรณ์โนนศิลา 60,000บาท รวมแล้วกว่าสามแสนบาท และห่วงเรื่องการเรียนของน้องต่อ อยากให้น้องต่อเรียนในระดับสูงๆ อยากให้น้องต่อเป็นหมอตามที่ตั้งใจไว้ แต่พ่อกับแม่ใกล้ตายลงทุกๆวัน กลัวน้องต่อไม่มีเงินเรียน ไม่มีเงินใช้หนี้

ในขณะที่ น้องต่อ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พ่อแม่ เป็นชาวนา รับจ้างทั่วไป มีพี่น้อง 3 คน พี่ชายคนโตพึ่งพาไม่ได้และไม่เคยอยู่บ้าน ที่ผ่านพี่สาวที่เพิ่งเสียชีวิต ทำงานเป็นลูกจ้างในร้านขายรองเท้า เป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด แต่ด้วยกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ ทำให้พี่สาวป่วยเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 15 ปี  แต่พี่สาวก็ไปพบแพทย์รับยามากิน รักษาตัวเองดีมาโดยตลอด กระทั่งช่วงอายุ 24-25ปี เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ ป่วยหนัก พี่สาวสุขภาพพี่สาวก็เริ่มแย่ เมื่อไปพบแพทย์ก็พบว่าพี่สาวไตวายแล้ว ต้องรักษาด้วยการฟอกไต ซึ่งครอบครัวไม่มีเงินพอที่จะช่วยพี่สาวกระทั่งกลางปีที่ผ่านมาครอบครัวเกิดการวิกฤติหนัก แม่ล้มป่วย พ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย พี่สาวไม่ได้ไปรับยามากิน ไม่ได้ฟอกไต เพราะต้องดูแลพอแม่ ทำให้ร่างกายพี่สาวทรุดหนักจึงพาพี่สาวส่งรพ.และมีการส่งต่อไปยังรพ.ต่างๆ ซึ่งแพทย์ยืนยันว่าพี่สาวจะต้องฟอกไต แม้จะไม่ให้ขาดแต่ก็จะช่วยให้พี่สาว มีอายุอยู่ได้อีกหลายปี  แต่ต้องใช้เงินประมาณ 80,000 บาท แต่ในบัญชีมีเงินที่รับบริจาค จากบิณ บันลือฤทธิ์จำนวน 15,000บาท ผู้ใจดีอีก 15,000บาท มีเงินเพียง 30,000บาท ไม่ถึง 80,000บาท จึงไม่สามารถช่วยพี่สาวได้ ในที่สุดพี่สาวก็เสียชีวิตด้วยอาการไตวายที่โรงยาบาลเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา

น้องต่อ กล่าวอีกว่า ช่วง 1-2 ปีนี้ ลาโรงเรียนบ่อย เพราะต้องดูแลพ่อแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ล่าสุดพี่สาวตาย ก็ลาโรงเรียนอีกครั้งเพื่อจัดงานศพให้พี่สาว แต่ก็ยังดีที่ว่า ตลอดระยะเวลาที่ครอบครัวตกอยู่ในสภาพแย่ ป่วยทั้งบ้าน ยังมีป้าคาน ซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อ มาคอยดูแลพ่อแม่ที่บ้านให้ เพราะตัวเองก็ต้องหาเวลาไปเรียนหนังสือ เพราะตั้งใจจะเรียนเป็นหมอให้ได้แพทย์ก็เตือนผมว่า เป็นผู้ที่เสี่ยในการที่จะป่วยเป็นโรคเบาหวานเช่นเดียวกับพ่อแม่ และพี่สาว แพทย์แนะนำให้ตรวจร่างกายทุกๆ 6 เดือน ซึ่งก็ทำตามแพทย์แนะนำมาตลอด โดยตรวจร่างกายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่พบ ซึ่งก็ตั้งใจว่า จะต้องเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เรียนเป็นหมอตามที่ตั้งใจ และตามที่พ่อแม่หวังเอาไว้ให้ได้

ทั้งนี้หากผู้มีจิตศรัทธา ต้องการช่วยเหลือน้องต่อ สามารถบริจาคเงินช่วยน้องและครอบครัวได้ที่หมายเลขบัญชี นายวัชรพงษ์ ดวงเกวียน 020095977342 ธนาคารออมสิน สาขาบ้านไผ่ และบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆโดยประสานงานกับน้องต่อโดยตรงที่หมายเลข 063-817-0121