ขอนแก่น รวบขบวนการทองปลอมตระเวนขายทั่วเมืองขอนแก่นนับ100ครั้ง

399

รวบ 3 ใน 7 ผู้ต้องหาขบวนการใหญ่ผลิตทองรูปพรรณปลองออกตระเวนจำนำและขายตามร้านทองในขอนแก่นมานานกว่า 6 เดือน ขายกว่า 100 ครั้ง มูลค่า 7 ล้านบาท พบผู้ต้องหาทุกคนเชียวชาญการทำทองและมีคดีติดตัว พบยังมีขบวนการทำทองปลอมหลอกขายอีก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 ม.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 นำตัวผู้ต้องหา ได้แก่ นางสุภาพ ดำดิน 42 ปี ชาวอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และ นายปกรณ์ คำลือ อายุ 43 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร 2 ใน 7 ผู้ต้องหาคดีจำนำทองรูปพรรณปลอม หลังจากนี้ที่มีเจ้าของร้านจำหน่ายทองแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเบาะแสว่ามีผู้ต้องสงสัยนำทองเข้ามาจำนำและขายอยู่เป็นประจำ จนนำไปสู่การจับกุมได้ที่บ้านพักเลขที่ 76 ม.21 ซ.วันชนก บ้านโคกฟันโปง ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยทองคำปลอมและเครื่องมือผลิตทองรูปพรรณปลอม เงินสด 65,000 บาท สมุดบัญชีธนาคารและใบรับจำนำทอง ฉ้อโกงโดยการผลิตและนำทองปลอมมาขายและจำนำ ซึ่งเป็นบ้านที่นายปกรณ์ฯ ได้เข้ามาอาศัยและเป็นสถานที่ผลิตทองรูปพรรณปลอม จากนั้นได้นำตัวผู้ต้อง 2 คน คือนางสุภาพฯ และนายปกรณ์ฯ มาสอบสวน โดยพล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวณิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ได้สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ผู้ผลิตทองปลอมและนำทองปลอมไปจำนำและขายตามร้านทองในจังหวัดขอนแก่นจริง

ซึ่งนางสุภาพฯ สารภาพว่าเคยมีสามีเป็นช่างทอง แต่สามีมาถูกจับกุมในคดีผลิตทองปลอม จึงได้ชักชวนนายปกรณ์ฯ มีพี่ชายเป็นช่างทอง จึงมีความรู้ในการทำทองมาร่วมขบวนการ ส่วนนายธนากร ทองอ้ม ชาว จ.สุรินทร์ที่ถูกจับกุมได้อีกคนและอีก 4 คนที่เหลือเป็นผู้นำทองปลอมไปตระเวนขาย โดยมีเพื่อนร่วมขบวนการรวม 7 คน ทำมาแล้วประมาณ 6 เดือน นำทองไปจำนำและขายกว่า 100 ครั้ง รวมมูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท ส่วนพฤติการณ์นั้นนายปกรณ์จะเป็นผู้ผลิตทองปลอมแล้วให้ผู้ต้องหา 4 รายที่ยังไม่สามารถจับมาจับกุมได้นำไปจำนำหรือขายในร้านทอง ซึ่งจะเลือกร้านทองที่ไม่เข้มงวดและไม่มีการตรวจสอบละเอียด หลังจากได้เงินมาแล้วก็จะนำไปแบ่งกันดูนายปกรณ์จะได้ส่วนแบ่งบาทละ 1000 บาทที่เหลือแบ่งกันตามสัดส่วน

ซึ่งนายปกรณ์ฯ อ้างว่านำเงินไปใช้หนี้ ธกส.ให้พ่อแม่ ส่วนการผลิตทองรูปพรรณปลอมนั้นผู้ต้องหาใช้วิธีการผลิตทองคำที่ได้คลุกคลีลเรียนรู้มา โดยใช้ทองคำจริงส่วนหนึ่งมาห่อหุ้มเงิน โลหะ หรือนิเกิล และปั๊มตราให้มีรูปลักษณ์และน้ำหนักเหมือนทองจริง ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่าหรือให้น้ำยาตรวจก็จะไปรู้ เมื่อผลิตเสร็จก็จะให้ผู้ร่วมขบวนการนำไปจำนำหรือขาย ก่อนมาถูกจับกุมได้ พร้อมกับสารภาพว่ายังมีขบวนการผลิตทองรูปพรรณปลอมลักษณะเดียวกันอยู่ สำหรับนางสุภาพฯ พบมีหมายจับคดีฉ้อโกงและซ่องโจรที่ สภ.ภูเก็ต นายปกรณ์ฯ เคยต้องโทษคดีฉ้อโกงและติดคุกที่เรือนจำศรีษะเกษเมื่อปี 2559 แล้วออกมากระทำผิดซ้ำอีก ส่วนนายธนากรฯ เคยต้องโทษคดีฉ้อโกง จำคุกที่เรือนจำจังหวัดลำปาง พ้นโทษเมื่อปลายปี 2561 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป้นคนอื่นฯ จากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือจะเร่งตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป