ขอนแก่น ชาวบ้านครึ่งร้อยบุกศูนย์ดำรงธรรม หวังพึ่งผู้ว่าฯ –บิ๊กตู่ แก้ปัญหารถบรรทุกดิน

301

ชาวบ้านครึ่งร้อยบุกศูนย์ดำรงธรรม หวังพึ่งผู้ว่าฯ –บิ๊กตู่ แก้ปัญหารถบรรทุกดินนับร้อยวิ่งทั้งวันทั้งคืนอย่างจริงจัง หลังทนต่ออยู่กับฝุ่นนานนับปี พร้อมระบุร้องเรียนวันนี้ พรุ่งนี้จับ วันต่อไปก็กลับมาวิ่งอีก วอนหน่วยงานภาครัฐแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้ผู้ประกอบการและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข


เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 11 ก.พ.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ได้มีประชาชนเกือบ 30 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแกน เพื่อให้ผู้ว่ารากชารจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกดิน ทั้งรถพ่วง 18 ล้อ ,รถ 10 ล้อและรถ 6 ล้อ ได้ใส่ใจในผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการในชุมชน หลังชาวบ้านหลายร้อยหลังคาเรือนได้รับผลกระทบจากการที่รถบรรทุกดินนับร้อยคัน ที่ต่างพากันวิ่งบรรทุกดินตลอดทั้งวันโดยไม่หยุดพัก มาตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดปัญหาฝุ่น มลพิษ รวมไปถึงอันตรายที่จะเกิดกับชุมชนจากการขับรถเร็วและขับโดยประมาทของกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย โดยชาวบ้านทั้งหมดได้ลงลายมือชื่อและยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตามขั้นตอน


นายนฤบดินทรา ศรีศิวารา ทนายความ กล่าวว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในเขต ต.ท่าพระ และ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น จากการที่รถบรรทุกดินนับร้อยคัน ทีทำการบรรทุกดินและทรายจากพื้นที่ ต.ดอนช้าง ขับผ่านเส้นทางสาธารณะ ผ่าน ต.เมืองเก่าและ ต.ท่าพระ ตัดขึ้น ถนนมิตรภาพสายเก่า เส้นทางขอนแก่น-นครราชสีมา ช่วงทางเข้าหมู่บ้านลากูนปาร์ควิลล์ และ ศรีนวลรีสอร์ท จนทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการต้องอยู่กับปริมาณฝุ่นที่มากตลอดทั้งวัน โดยไร้การเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนานนับเดือน ถนนที่ชาวบ้านสัญจรไปมาขนาดกว้างไม่กี่เมตร วันนี้ชำรุดพังเสียหาย


“ การที่ชาวบ้านได้ร่วมลายชื่อนับร้อยคน เพื่อส่งเรื่องมายังจังหวัดให้จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและยั่งยืน เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบางส่วนแล้ว พอแจ้งเรื่อง ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจ และเจ้าหน้าที่มาจับ ผ่านไป 2 ชม.รถบรรทุกดินก็กลับมาวิ่งกันอีก ทั้งที่จุดที่ขุดดินนั้นอยู่ในเขต ต.ดอนช้าง แต่ทำไมกลับพากันบรรทุกทั้งแบบรถพ่วง แบบรถเทลเลอร์ และรถบรรทุกทุกชนิด ขับผ่าใจกลางชุมชนแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งโดยส่วนตัวไม่อยากจะมองว่าเป็นการกระทำของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่แต่อยากจะขอให้มองในภาพรวมว่าการประกอบธุรกิจดังกล่าวนี้นั้นควรจะคำนึงถึงชุมชนและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านบ้าง”


นายนฤบดินทรา กล่าวต่ออีกว่า ผู้ประกอบการเมื่ออยู่แล้วว่าว่าจะเกิดผลกระทบกับชุมชน ในด้านต่างๆ แต่ก็ยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขใดๆ รถบรรทุกน้ำสักคันก็ไม่ส่งมารดน้ำลงถนนให้กับชุมชน ทั้งยังคงไม่กำชับคนขับในเรื่องของการปฎิบัติตามกฎหมาย ไม่มีการปิดผ้าใบหลังรถ จนดินและทราย ตกเกลื่อนถนน ทั้งยังคงเร่งรอบการขนดินจนพากันขับรถเร็วในย่านชุมชน จนเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นวันนี้ชาวบ้านจึงร้องขอความเห็นใจและหวังพึ่งอำนาจรัฐในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชนอย่างจริงจังและยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนนั้นอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขต่อจากนี้ไป