ขอนแก่น เผาแล้วศพพลทหารโบ๊ต ถูกไอ้ต้องทำร้ายจนตายในห้องควบคุมสภ.น้ำพอง

170

เผาแล้ว ศพพลทหารโบ๊ต วัย 22 ปี ถูกไอ้ต้องหลอนยาบ้าทำร้ายในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จนเสียชีวิตอย่างอนาถภายในห้องควบคุมฯ ขณะก่อนเริ่มพิธีเผาศพ ลูกชายของผู้ตายวัย 3 ขวบ ร้องไห้จนภรรยาและญาติๆต้องพาไปดูศพพ่อจึงหยุดร้อง ชาวบ้านเชื่อเด็กได้ยินเสียงพ่อเรียกมาหาขอเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ



เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มี.ค.2563 ที่วัดโพธิ์ไชย บ้านคำม่วม หมู่ 12 ต.บัวใหญ่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เรือตรี มงคล ศรีพุทธา อายุ 48 ปี พร้อมด้วยญาติๆและเพื่อนบ้าน ร่วมกันเคลื่อนศพ พลทหารกฤษณรงค์ ศรีพุทธา อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์ค่าย มทบ.11 ซึ่งถูกทำร้ายเสียชีวิตในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จากศาลาพักศพขึ้นไปตั้งบนเมรุของวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพองร่วมในพิธีด้วย โดยมี พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ อดีต ผกก.สภ.น้ำพอง เป็นประธานในพิธี ซึ่งภายหลังจากที่ญาติๆช่วยกันตั้งศพบนเมรุเพื่อรอประกอบพิธีทางศาสนาตามกำหนดการนั้น ลูกชายของผู้ตาย อายุ 3 ขวบ ได้ร้องไห้ไม่หยุดทั้งแม่และญาติต้องช่วยกันโอ๋แต่ก็ไม่สามารถทำให้ลูกชายผู้ตายนั้นหยุดร้อง จึงได้พาลูกชายผู้ตายขึ้นไปดูศพพ่อปรากฏว่าหยุดร้องไห้ทันที ทำให้บรรยากาศภายในงานศพยิ่งสร้างความเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เชื่อว่าพลทหารบ๊ตจะเรียกลูกชายให้มาหาเพราะอยากจะเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจากไปโดยไม่มีวันกลับ

ภายในพิธีฌาปนกิจศพ พลทหารกฤษณรงค์ ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีทอดผ้าบังสุกุลแล้ว พ่อแม่ ญาติๆ และเพื่อนบ้าน รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพองได้ขึ้นวางดอกไมจันทน์เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายต่อการจากไปของพลทหารกฤษณรงค์ ในวัย 22 ปี ซึ่งถูกผู้ต้องหาด้วยกันทำร้ายจนเสียชีวิต ซึ่งทันทีที่ทุกคนร่วมกันวางดอกไม้จันทน์เสร็จพระสงฆ์ก็ได้จุดไฟลูกหนูเพื่อประชุมเพลิงส่งดวงวิญญาณของพลทหารกฤษณรงค์สู่สรวงสวรรค์ท่ามกลางบรรยากาศที่หดหู่ และอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจของญาติพี่น้องอย่างมาก โดยเรือตรีมงคล ศรีพุทธา พ่อของผู้ตายบอกกับผู้สื่อข่าวว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจ ในวันพรุ่งนี้ก็จะเก็บกระดูก ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับลูกชาย และจะนำกระดูกของลูกชายกลับ กทม.ด้วย และส่วนหนึ่งก็จะนำไปลอยอังคารตามความเชื่อเพื่อให้ลูกชายไปสู่สรวงสวรรค์ ส่วนทางด้านคดียังคงยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตนเองแจ้งตำรวจเพื่อให้จับลูกชายไปสงบสติอารมณ์ในห้องขังเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าลูกชายต้องมาเสียชีวิตในสถานที่ที่ไม่น่าจะเสียชีวิตแบบนี้ และภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจและทำบุญให้ลูกชายเสร็จก็จะมีการติดตามความคืบหน้าทางด้านคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และให้มีการดำเนินการตามกฎระเบียบของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ