ขอนแก่น ส.ส.พลังประชารัฐใช้เงินเดือนซื้อหน้ากากตั้งใจแจกบุคลากรแต่ถูกโกง

110

ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐใช้เงินเดือนซื้อหน้ากากอนามัย แจกจ่าย รพ.ฯ และ อสม.สู้ภัยโควิด-19 แต่ถูกแม่ค้าหลอกไม่ส่งสินค้าสูญเงินร่วม 60000 บาท โร่แจ้งความเอาผิด 2 ข้อหาหนัก เล็งตั้งศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนหลังพบเหยื่อจำนวนมากถูกแม่ค้ารายนี้หลอก วอนใช้ พรก.ฉุกเฉิน เอาผิดทั้งขบวนการ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 มี.ค.2563 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายวัฒนา  ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยนายพีรันธร  วีระภรณ์พิมล ทนายความ นำเอกสารหลักฐานประกอบด้วยสำเนาการโอนเงินและเอกสารการพูดคุยของนายวัฒนา กับ แม่ค้าจำหน่ายหน้ากากอนามัย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อานนท์  อุณาภาค รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อเอาผิดกับแม่ค้าจำหน่ายหน้ากากอนามัย แบบออนไลน์ หลังมีการสั่งซื้อไปแล้วแต่ไม่ได้รับสินค้าตามที่กำหนด และไม่สามารถติดต่อได้

นายวัฒนา  ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิท-19  ตนเองในฐานะผู้แทนของประชาชนจึงได้เข้าหารือกับทีมแพทย์ และพยาบาล ซึ่งก็พบว่าเรื่องหน้ากากอนามัยนั้นขาดแคลนสำหรับบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก อีกทั้งรัฐบาลได้มอบหมายภารกิจการติดตามและตรวจสอบผู้ที่เดินทางกลับมาจากเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงจากกลุ่มประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่ง ผู้นำชุมชน และ อสม.จะเป็นผู้ที่ดำเนินการตรวจติดตามเป็นเวลา 14 วัน ก็ประสบปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยที่ขาดแคลน จึงหารือร่วมกันกับคณะทำงานในการที่จะให้การสนับสนุนหน้ากากอนามัย ด้วยการใช้เงินเดือน ส.ส.ที่ได้รับมาทำการจัดหาหน้ากากอนามัย ตามความตั้งใจ 200 กล่อง

” ผมใช้เงินเดือนและเงินตำแหน่ง ส.ส. ที่ได้รับมาทำการจัดซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 200 กล่อง โดยคณะทำงานได้ประสานงานเพื่อจัดซื้อมาได้แล้ว 100 กล่อง โดยได้ทยอยส่งมอบให้กับทีมแพทย์ และ อสม. บางส่วนแล้ว โดยเหลือ 100 กล่อง ที่ได้มีการสั่งซื้อผ่านแม่ค้าออนไลน์ ที่ใช้เฟสบุคชื่อ “ชลี  อัณอัณ” ที่จำหน่ายหน้ากากอนามัย กล่องละ 600 บาท จึงตกลงสั่งซื้อไปจำนวน 100 กล่อง และได้มีการโอนเงินไปครั้งแรกเพื่อมัดจำนวน 5000 บาท ที่บัญชี ของ น.ส.สุทธินันท์  บุญแจ้ง เมื่อวันที่่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาในวันที่  24 มี.ค. แม่ค้าได้ติดต่อกลับมาเพื่อขอให้มีการโอนเงินในส่วนที่เหลือจึงได้โอนเงินไปอีกครั้ง จำนวน 55000 บาท และในวันที่ 25 มี.ค.จึงโอนเงินไปอีก 1200 บาท เพราะต้องการซื้อเพื่มอีก 2 กล่อง ซึ่งเมื่อแม่ค้ารายดังกล่าวได้รับเงิน ที่ผมโอนไปแล้วนั้นครบถ้วนก็ไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งยังคงปิดเฟชบุค และระบบการโอนเงินดังกล่าวไป จึงรู้ว่าถูกหลอกเพราะก่อนหน้านี้มีการโอนะเงิน และมีการพูดคุยกันมาตลอด แต่เมื่อผมชำระเงินครบเพื่อต้องการนำหน้ากากอนามัยมามอบให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และ กลุ่ม อสม. แม่ค้าคนดังกล่าวนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก อีกทั้งได้มีการโพสต์ข้อความเพื่อสอบถามและประนามการกระทำของคนที่ฉวยโอกาส เอาภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและในหลายประเทศทั่วโลก แต่กลับมากระทำการที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมแบบนี้ ซึ่งเมื่อโพสต์ข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆไป รวมทั้งภาพถ่ายก็พบว่ามีคนที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันและแม่ค้าคนเดียวกันจำนวนมาก จึงนำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนนิการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”

นายวัฒนา กล่าวต่ออีกว่า ในฐานะ ส.ส.ขอติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และขอเป็นคนกลางในการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำหรับผู้ที่ถูกกลุ่มพ่อค้า และแม่ค้าขายวินค้าออนไลน์ และถูกหลอก เฉพาะกรณีหน้ากากอนามัย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ เพื่อที่จะสงเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนนการอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เพราะสถานการณ์อย่างนีเราต้องช่วยเหลือกันและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน รัฐบาลก็ทำงานอย่างหนักเพื่อให้สถานการณ์นั้นกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว แต่ยังคงมีกลุ่มบุคคลที่กระทำการหลอกลวง ฉ้อโกง และ ขายสินค้าราคาแพง ทั้งยังคงฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ตามประกาศที่ทุกคนได้รับทราบอีกด้วย เรื่องนี้ตนเองจะเอาเรื่อง ทั้งการที่ตกเป็นผู้เสียหาย และ การทำหน้าที่ ส.ส.เอาผิดกับกลุ่มคนดังกล่าว ตามเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนและได้ส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ไว้ทั้งหมดแล้ว