ขอนแก่น รวบยกแก๊ง ผู้ต้องหาแฮกเฟซบุ๊กหลอกเอาเงินเหยื่อ

322

ตำรวจสืบสวน ภาค 4 ตามรวบแก๊งมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กหลอกเหยื่อโอนเงินได้ยกก๊วนคาคอนโดหรูกลางกรุง รวมมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เตือนอย่าหลงเชื่อคนง่าย ให้มีสติคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่  19 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา “แก๊ง Hack Facebook หลอกโอนเงิน” จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นาย กนกพล ชนะสัตย์ อายุ 25 ปี ชาว ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 63/2563 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2563 นายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ อายุ 22 ปี และนายพีรพรรษ รักศักดิ์เสถียร อายุ 21 ปี ชาว 2 เป็นชาวต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 64/ 2563 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2563 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประกาศที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและผู้อื่น พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 3 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง บัตรATM และสมุดบัญชีธนาคารต่างๆอีกจำนวนมาก

พล.ต.ท.เจริญวิทย์  ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ว่าเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.อาภัสสร กลางประพันธ์ อายุ 36 ปี  น.ส.ณัฏฐ์ภิญญา  คำปาน อายุ 25 ปี  น.ส.พรทิพย์ จันทรโคตร อายุ 68 ปี ชาวจ.มุกดาหาร ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ว่า  มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ “Klinjun Ramangkool” ซึ่งผู้แจ้งรู้จักดี เนื่องจากเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กแซทมาขอยืมเงิน 5 หมื่นบาท โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชี นางแสงไว พรหมรักษ์ เมื่อโอนเงินเรียบร้อย จึงได้โทรศัพท์บอกเจ้าของเฟซบุ๊คดังกล่าวว่า โอนเงินให้แล้ว ปรากฏว่าไม่ได้เจ้าของเฟซบุ๊ก ปฏิเสธว่าไม่ได้ขอยืมเงินแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าน่าจะถูกแฮกเฟซบุ๊กดังกล่าวเพื่อหลอกยืมเงิน จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบสวนจับกุม กลุ่มคนที่ใช้เฟซบุ๊กแฮกยืมเงิน

 ในขณะที่ในทางการสืบสวน เชื่อว่า การกระทำดังกล่าวไม่น่าจะทำคนเดียวได้ จึงส่ง พ.ต.ท.ไพรวัลย์  อายุวงษ์  รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 นำทีมสืบสวนจนทราบว่า ผู้ที่ปลอมเฟซบุ๊กมาหลอกโอนเงิน คือ นายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ พร้อมพี่ชาย  และเพื่อนสนิท  จึงนำหมายศาลจังหวัดมุกดาหาร เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ในห้องพักภายในคอนโดหรูย่านลุมพินี กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 11 เล่ม บัตรเอทีเอ็มจำนวน 6 ใบ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.มุกดาหารดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนส่งฝากขังที่เรือนจำมุกดาหารไปแล้ว

“ทั้ง 3 คน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพมหานคร แต่มีพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน โดยนายเอกลักษณ์ จะทำหน้าแฮกเฟซบุ๊ก โดยจะสุ่มหารหัสผ่านจากหมายเลขโทรศัพท์ที่หาได้จากกูเกิ้ล เมื่อเข้าบัญชีเฟซบุ๊กของผู้เสียหายได้แล้ว ก็จะดูว่า ผู้เสียหายมีการพูดคุยกับใครบ้าง จากนั้นก็จะอ้างตัวเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กของผู้เสียหายขอยืมเงิน เมื่อได้แล้วก็โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่จัดเตรียมบัญชีปลายทางไว้  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่เล่นเกมส์อาร์โอวี ก็จะทำทียืมบัญชี เพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าให้ เมื่อเงินเข้าบัญชี ก็จะแจ้งให้เจ้าของบัญชีถอนเงินสดออกจากบัญชี แล้วนำไปซื้อบัตรเติมเงินสดทรูวอลเล็ท จากนั้นจึงได้เติมเงินเข้าบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ท เมื่อเงินเข้าบัญชีเรียบร้อย นายกนกพล ชนะสัตย์  ,และนายพีรพรรษ  รักศักดิ์เสถียร ก็จะไปกดเงินจากบัญชีแล้วนำมาแบ่งกัน เอามาใช้จ่ายใช้ชีวิตหรูหรา”

 ผบช.ภ.4  กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนยังทราบว่ามีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จำนวนมากอยู่ทุกจังหวัดในประเทศไทย และมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 15  ล้านบาท ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วรวม 12 ราย ซึ่งภายหลังจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจเงินที่โอนเข้าในบัญชีของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย  ประมาณ 14,700,000 บาท และตรวจสอบประวัติการเข้าไปแฮกเฟซบุ๊กประวัติการทำงานบนบราวน์เซอร์ Chrome ภายในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของนายเอกลักษณ์ที่ตรวจยึดเป็นของกลาง พบประวัติการเข้าแฮกเฟซบุ๊ค จำนวน 22,869 ครั้ง  นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่า นายเอกลักษณ์เคยถูกจับคดีถูกจับนคดรฉ้อโกงเมื่อเดือนมกราคม 2563 และอยู่ระหว่างประกันตัวก็มาก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งในการจับกุมครั้งนี้ หลักฐานเข้าแฮกเฟซบุ๊ค จำนวน 22,869 ครั้งนั้น มีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ในรายที่สำเร็จว่ามีกี่ราย ความผิดก็จะต่างกรรมต่างวาระกัน   จึงฝากถึงประชาชนว่า หากมีเพื่อนหรือญาติแชทมาขอยืมเงิน ให้โทรศัพท์สอบถามก่อน อย่าเพิ่งโอน เพราะอาจตกเป็นเหยื่อแก็งแฮกเฟซบุ๊ก และถ้าผู้เสียหายสงสัยว่าจะถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอดโอนเงิน สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านได้ตลอดเวลา หรือแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรภาค4