ขอนแก่น (มีคลิป)ภรรยาขอความเป็นธรรม ไม่เชื่อสามีผูกคอตายพบพิรุธหลายอย่าง

147

ภรรยาร้องขอความเป็นธรรม ติดใจการเสียชีวิตของสามีไม่เชื่อว่าผูกคอตายในบ้าน พบพิรุธหลายอย่าง ทั้งรอยช้ำตามร่างกาย บาดแผลที่อวัยวะเพศ ทั้งหมู่บ้านเชื่อเป็นฝีมือกลุ่มเงินกู้นอกระบบทวงหนี้รายวันต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เพราะภรรยากู้ร่วมกับเพื่อนเกือบแสนบาท ไม่มีจ่ายหนีออกนอกพื้นที่

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่วัดสว่างมนาวาส บ้านเหมือดแอ่ ม.7 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น สถานที่ตั้งสวดอภิธรรมศพ นายยอดชาย แสนสงค์ อายุ 46 ปี ชาวบ้านเหมือดแอ่ ซึ่งพบผูกคอตัวเองตายในบ้านพัก เลขที่ 166 ม.16 บ้านเหมือดแอ่ พบศพช่วงหัวค่ำวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สภาพศพ ใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงกีฬา สีฟ้าขาสั้น มีเชือกลูกเสือสีแดงมัดที่คอกับโยงขื่อในห้องนอน เท้ายืนอยู่ที่พื้นห้อง งอเข่า มีเลือดไหลอาบช่วงล่าง ลูกและญาติพี่น้องได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือมาตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรศพผู้ตาย ญาติติดใจการผูกคอตาย ที่มีเลือดไหลอาบร่าง จึงส่งศพตรวจพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จากนั้นญาติพี่น้องจึงได้ไปรับศพที่นิติเวช มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดในหมู่บ้าน ซึ่งในงานศพพบมารดา ภรรยา ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านและผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมงานศพอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางความแครงใจของทุกคนที่ทราบเรื่อง และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เชื่อว่าผู้ตายจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย พร้อมทั้งพาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุภายในบ้านซึ่งอยู่ห่างจากวัดไม่ไกล

นางยุพิน พรมกันอายุ 41 ปี ภรรยาผู้ตายเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว วันที่สามีเสียชีวิตไม่อยู่บ้าน เพราะหนีเจ้าหนี้ไปที่จังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากกู้เงินจากนายทุนเงินกู้นอกระบบมาใช้เอง จำนวน 10,000 และกู้ให้เพื่อนอีก 2 คน จำนวน 70,000 บาท รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ซึ่งเป็นชื่อของตนเองที่เป็นคนยืม และต้องส่งคืนเป็นรายวันๆละ 4,000 บาท  ยืมมาแรกๆมีเงินจ่าย เพราะรับจ้างตัดอ้อย ส่วนสามีก็รับจ้างทำงานก่อสร้างมาตลอด แต่ช่วงโควิด-19 ไม่มีงาน จึงไม่ค่อยมีเงินจ่ายดอกเบี้ยและเงินกู้นอกระบบรายวัน ส่วนเพื่อน 2 คนเมื่อกู้เงินได้ ก็ไม่จ่ายและหลบหนีไป จึงต้องหาเงินมาจ่ายนายทุนเอง เมื่อไม่มีเงิน จึงจะไปยืมเพื่อนที่จังหวัดบึงกาฬมาจ่ายเงินกู้นอกระบบ  ซึ่งการเดินทางไปที่จังหวัดบึงกาฬบอกสามีและลูกว่า จะไปเที่ยวและเยี่ยมเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าไปยืมเงิน สามีก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนลูกชาย 2 คน ก็กำลังเรียน โดยคนโตเรียน ปวช.ปี 1 คนที่ 2 เรียนชั้น ป.1  เมื่อเดินทางถึงจังหวัดบึงกาฬเวลาประมาณ 5 โมงเย็น จึงโทรศัพท์หาลูกชายคนเล็ก ซึ่งทราบว่า เล่นอยู่บ้านเพื่อน ห่างจากบ้านตัวเองไม่ไกลจึงให้ลูกชาย ถือโทรศัพท์กลับบ้าน เพื่อจะคุยกับสามี แต่เมื่อลูกชายกลับถึงบ้านก็เข้าห้องนอนพ่อไม่ได้ เพราะห้องถูกล็อคลูกบิด จึงไปเรียกพี่ชายที่บ้านเพื่อนกลับบ้าน ลูกชายคนโตกลับถึงบ้าน จึงเข้าห้องนอนตัวเอง ปีนผนังห้องนอน ข้ามไปยังห้องของพ่อ เพื่อจะปลดล็อค ปรากฏว่าพบพ่อผูกคอตาย จึงให้น้องชายไปบอกญาติพี่น้อง ว่าพ่อผูกคอตาย เมื่อญาติพี่น้องมาดูศพ พบว่า ไม่ใช่การผูกคอตาย น่าจะเป็นการถูกฆ่า  เนื่องจากปลายเท้ายังอยู่ที่พื้น และมีเลือดไหลออกจากร่างกาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือมาตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรศพสามี

ซึ่งจากคำบอกเล่าของลูกชาย ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านทราบว่า สามีถูกของมีคมปาดที่อวัยวะเพศและลูกอันฑะ หลายแผล เหมือนกับขริบเพื่อทรมานผู้ตาย เป็นเหตุให้เลือดไหลมาที่ขา พร้อมทั้งตามร่างกายมีร่องรอยพกช้ำเหมือนถูกทำร้าย และทุกคนเชื่อว่า สามีถูกคนร้ายลักลอบเข้ามาในบ้านแล้วลงมือฆ่า จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ ช่วยสืบสวนสอบสวนหาตัวคนที่ลงมือมาดำเนินการตามกฎหมายด้วย เพราะไม่เช่นนั้น ครอบครัวจะยังไม่เผาศพสามี จนกว่าผลพิสูจน์ของแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ จะออกมา

ขณะที่นายประดิษฐ์ เพียรักษา อายุ 58 ปี เพื่อนรุ่นพี่ของผู้ตาย และเป็นคนที่เห็นสภาพศพ เห็นบาดแผลในร่างกายผู้ตาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า  การตายของนายยอดชายในครั้งนี้ คนลงมือทำทุกอย่างเสมือนการเชือดไก่ให้ลิงดู เพราะเท่าที่ได้ยินเพื่อนบ้านพูดเล่าต่อกันว่า ทราบว่า ก่อนที่นายยอดชายจะเสียชีวิตนั้น ภรรยาก็หนีไปต่างจังหวัด  ลูกชายสองคนก็หาเล่นกับเพื่อนๆ มีคนเห็นชายฉกรรจ์ ขับรถยนต์มีทั้งรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รถเก๋ง และรถกระบะแต่งซิ่ง มาเรียกหานางยุพิน ภรรยานายยอดชาย เพื่อจะเก็บหนี้เงินกู้นอกระบบ ซึ่งนางยุพินไม่อยู่ มีเพียงนายยอดชาย สามีอยู่ที่บ้าน ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกันหรือไม่ เพราะการผูกคอตายในลักษณะเช่นนี้ ไม่น่าเป็นไปได้  ชาวบ้าน จึงพากันติดใจ สงสัยการตายของนายยอดชายในครั้ง และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมคนร้ายที่ลงมือฆ่านายยอดชายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตนเองเป็นคนที่เดินทางไปรับศพและเห็นบาดแผลของนายยอดชาย ซึ่งพบว่าลักษณะบาดแผลที่อวัยวะเพศเกิดจากของมีคมกรีดที่ปลายอวัยวะเพศและรอบอัณฑะ เหมือนจะทรมานผู้ตายก่อนจนผู้ตายเสียชีวิตแล้วนำร่างไปผู้กับเชือกลูกเสือผูกกับขื่อบ้านในห้องนอนนายยอดชาย และลักษณะการตายศีรษะของผู้ตายเอียงไปทางปมเชือกซึ่งผิดไปจากธรรมชาติของการฆ่าตัวตายที่จะต้องพับลงในฝั่งตรงข้ามกับปมที่ผูก และมือทั้ง 2 ข้างกำแน่น ลิ้นไม่จุกปาก เพราะปกติการผูกคอตายตามที่ตนเองเคยออกช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พบศพมาหลายศพ หากเป็นการฆ่าตัวตายด้วยเชือกมือจะไม่กำ แขนจะตกข้างลำตัว แต่ผู้ตายมีลักษณะเกร็งเหมือนขัดขืน และลิ้นจะต้องจุกปาก ทั้งนี้ก็ต้องรอผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะสามารถตอบคำถามนี้ได้ว่า เป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรม แต่ในความเห็นส่วนตัวนั้นไม่เชื่อว่านายยอดชายจะฆ่าตัวตาย มั่นใจว่ามีคนฆ่าและเป็นคนนอกพื้นที่ เพราะในหมู่บ้าน นายยอดชายถือว่าเป็นคนที่นิสัยดีมาก ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับชาวบ้านแม้แต่คนเดียว ไม่ดื่มเหล้า ไม่มีนิสัยอันธพาล ทำงานเลี้ยงดูครอบครัว ไม่เล่นการพนัน ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด

ในขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่นั้น มีชาวบ้านมาบอกข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบในหมู่บ้านว่า มีทั้งหมด 13 ราย เป็นทั้งคนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจากจังหวัดนครราชสีมา  ที่นำเงินมาปล่อยให้ชาวบ้านกู้ และเก็บดอกเบี้ยรายวัน โดยแต่ละรายจะมีการทำงานทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือคนปล่อยเงิน คนเก็บเงิน และคนทวงหนี้ แต่ไม่น่าเชื่อว่า จะมีชุดที่ 4 คือชุดลงมือฆ่าชาวบ้านด้วย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนจับกุม กลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของนายยอดชายในครั้งนี้ เพราะชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย