(มีคลิป)จับหมีควายเข้าสู่วันที่ 5 เสริมโดรนตรวจจับความร้อนหาตัวหมี

224

ความคืบหน้าภารกิจจับเป็นหมีควายในพื้นที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชุมวางแผนจัดกำลัง 5 ชุด พร้อมปืนยิงยาสลบ ปูพรหมเดินเท้าค้นหาหมีควายเป็นแนวหน้ากระดานแบบเส้นตรง พร้อมเสริมอุปกรณ์โดรนตรวจจับความร้อนซูม 20 เท่า

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ก.ย.2563 ที่ห้องประชุม อบต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งเป็นศูนย์บัญชาการในการปฏิบัติภารกิจจับหมีควาย นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่8(ขอนแก่น) พร้อมหน่วยงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชุมวางแผนภารกิจจับหมีควาย ภายหลังจากที่ชาวบ้านพบหมีควายเดินหาอาหารในไร่อ้อยเมื่อคืนวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา และทำร้ายชาวบ้าน บาดเจ็บ 4 คน หญิงท้องถูกหมีวิ่งชน 1 คน ซึ่งทุกคนปลอดภัย โดยหมียังมีความเคลื่อนไหวหนีเข้าป่าทึบ ซึ่งเป็นป่าชุมชนเนื้อที่ร้อยกว่าไร่ แต่จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ยังไม่สามารถจับหมีควายตัวดังกล่าวได้  และยังคงติดตามอย่างต่อเนื่องในทุกวัน

ซึ่งภายหลังประชุมวางแผนประมาณ 1 ชั่วโมง นายอนันต์ ปิ่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่8(ขอนแก่น)เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการจัดเวรยามตลอด 24 ชม. ตามชายป่าชุมชนผาสวรรค์ ซึ่งติดต่อกัน 2 อำเภอ ระว่างอำเภอสีขมพูกับอำเภอภูผาม่าน คือหมู่บ้านเทพชมพู และบ้านอ่างทอง เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของหมี จนถึงเช้าก็ไม่มีร่องรอยของการออกนอกพื้นที่ป่าชุมชนผาสวรรค์แต่อย่างใด

การติดตามหมีขณะนี้ได้รับการสนับสนุนโดรนตรวจจับความร้อนและโดรนซูม20 เท่า ขึ้นบินสำรวจในบริเวณป่าชุมชนผาสวรรค์ ในขณะเดียวกันก็มีชุดปฏิบัติการ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องพร้อมชุดยิงยาสลบ เดินปูพรหมในภาคพื้นดินจำนวน 5ชุด โดยจะเดินในลักษณะทางตรงเรียงหน้ากระดานในป่า เพื่อตรวจหาหมีและยิงยาสลบใส่หมี ซึ่งทั้งชุดโดรนและชุดเดินจะต้องมีการรายงานความเคลื่อนที่พบเห็นมายังศูนย์ปฏิบัติการตลอดเวลา

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการจับหมีในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและอธิบดีรวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีความเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัย โดยให้ทีมปฏิบัติการของฝ่ายปกครอง ลาดตระเวนตรวจพื้นที่หมู่บ้านชุมชน และถนนที่ชาวบ้านใช้ประจำ เพื่อแจ้งให้งดการเดินทางเข้าไป เนื่องจากเกรงว่าจะไปเจอหมีแล้วถูกหมีทำร้าย จึงต้องจัดชุดรักษาความปลอดภัยไว้ตลอดเวลา เพราะหมีเมื่อเจอมนุษย์ จะทำร้ายทันที ซึ่งในส่วนของการตั้งกรงและใส่ขนุนรวมทั้งน้ำผึ้งเพื่อล่อหมีออกมานั้น ปรากฏว่า ไม่มีหมีหรือสัตว์อื่นใดเข้าไปใกล้กรง คาดว่าหมีมีอาการเครียดหลังจากถูกตามจับ ในขณะนี้จึงเชื่อว่า หมียังอยู่ในพื้นที่ป่าชุมชนผาสวรรค์ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบเพื่อจับกุมหมีตัวดังกล่าวให้ได้โดยเร็ว และหากพบรอยเท้าหมี ให้ใช้ไม้เสียบ เพื่อป้องกันการสับสนของผู้ปฏิบัติงานที่มาพบเจอ  และหากพบเจอ ห้ามยิงหรือทำร้ายหมีโดยเด็ดขาด และห้ามปะทะกับหมีโดยลำพัง และขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้าใกล้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อมค้นหาอย่างเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย