ขอนแก่น มอบประกาศนียบัตรผู้ต้องขังโครงการพระราชทานโคกหนองนา

181

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้แทนพระองค์มอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกในโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง และให้โอวาทเป็นแนวทางปฏิบัติหลังจากพ้นโทษออกไปสู่สังคมซึ่งมีทั้งสิ้น 34 คน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 2 ตุลาคม 2563 ที่เรือนจำกลางขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีปิดการฝึกโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง มอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกในโครงการและให้โอวาทเป็นแนวทางปฏิบัติหลังจากพ้นโทษออกไปสู่สังคมซึ่งมีทั้งสิ้น 34 คน

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทาน ให้มีการฝึกโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังเรือนจำกลางขอนแก่น กรมราชทัณฑ์  ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฏีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิดการฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เมื่อพ้นโทษออกไปภายนอก

ปัจจุบันการฝึกโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวังเรือนจำกลางขอนแก่น มีผู้เข้ารับการฝึกผู้ต้องขังที่เป็นคนไทยจำนวน33 คน ต่างชาติ 1 คน รวมทั้งสิ้น 34คนโดยได้รับการฝึกอบรมเป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 18 กันยายน ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 โดยแบ่งการฝึกเป็น 3 ขั้นตอนคือ การอบรมพึงตนด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง,การแปลงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติ เช่นการออกแบบแนวความคิดการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก การประยุกต์ทฤษฎีใหม่ ปั้นโคก ขุดหนองทำนาตามภูมิสังคมลงบนกระดาษ การสร้างพื้นที่จำลอง วางแผนการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง คือ เพื่อพออยู่ พอกิน พอใช้และพอร่มเย็น ขั้นตอนที่ 3 การสรุปและประเมิน ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นตามหลักสูตรแล้วผลการฝึกอบอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเรือนจำกลางขอนแก่นสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ สามารถช่วยเหลือประชาชนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้ซึ่งหลังจากผู้ต้องขังพ้นโทษออกไปจะต้องดำเนินการในพื้นที่ตามภูมิลำเนาตัวเองเป็นการสืบสวนพระราชปณิธานของของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสานรักษาต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯต่างๆของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป