ขอนแก่น (ชมคลิป)ลำน้ำพองส่งกลิ่นเหม็นนานกว่า3สัปดาห์ผู้ว่าสั่งเร่งแก้ปัญหา

166

ความคืบหน้ากรณีลำน้ำพองมีกลิ่นเหม็นมานานกว่า 3 สัปดาห์ สร้างความเดือดร้อนและเป็นกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับลำน้ำพอง ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นสั่งการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสาเหตุเกิดจากตะกอนที่ทับถมมานานแล้วเมื่อมีน้ำฝนเข้ามาเติม จึงทำให้เกิดแก๊สไข่เน่าฟุ้งกระจายไปทั่วลำน้ำ พร้อมสั่งตรวจสอบทุกโรงงานยังไม่พบว่ามีการปล่อยน้ำเสีย

ที่ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายณัฐวรรธน์ ถิระสณิชยางกูล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย นางศิริวรรณ สุดาจันทร์ ผู้อำนวยการสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 นายพิชิต สมบัติมาก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น และนายจตุพร เจริญเชื้อ ส.ส.เขต 3 พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมหารือถึงปัญหาน้ำในลำน้ำช่วงหน้าฝายหนองหวาย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จนถึงช่วงท้ายเขื่อนอุบลรัตน์มีกลิ่นเหม็นเน่าจนทำให้ประชาชนที่อยู่บริเวณริมลำน้ำพองได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตมานานกว่า 3 สัปดาห์

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้างที่จะต้องเร่งแก้ไข โดยเบื้องต้นจากการลงพื้นที่ของหน่วยงานต่างๆพบว่าน้ำในลำน้ำพองมีกลิ่นเหม็นจริง ซึ่งเกิดจากแก๊สไข่เน่า หรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ โดยเฉพาะที่ฝายหนองหวายในอ.น้ำพอง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งหมด

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีกลิ่นเหม็นจริง ค่าออกซิเจนต่ำกว่า 2 เป็นปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน สภาพน้ำมีฝุ่นสีดำในพื้นที่บางจุด การตรวจสอบคุณภาพน้ำจากการเก้บตัวอย่างเพื่อตรวจหาค่า EC หรือค่าเหนี่ยวนำไฟฟ้าของน้ำนั้น ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานนั้นค่า EC อยู่ที่ไม่เกิน 2,000 โดยตัวอย่างจากลำน้ำพองในฝายหนองหวายนั้นวัดค่า EC อยู่ที่ประมาณ 200 เศษๆ ซึ่งถือว่าไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน และข้อกังวลที่กลัวว่าในน้ำจะมีสารโลหะหนัก หรือสารปนเปื้อนอื่นๆในน้ำนั้นก็ยังยืนยันว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่มีการควบคุมกำหนด ซึ่งทางจังหวัดเองก็มีอุปกรณ์การตรวจสอบค่า EC แบบเรียลไทม์ซึ่งหากน้ำมีค่า EC เกินเกณฑ์มาตรฐานก็จะมีการแจ้งเตือนทันที โดยขณะนี้ได้แก้ไขปัญหาด้วยการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 2 เครื่อง เพื่อผลักดันน้ำให้ทวนกระแสเพื่อให้เกิดการหมุนทำให้ออกซิเจนเข้าไปในน้ำได้มากขึ้น พร้อมทั้งติดตั้งกังหันชัยพัฒนาจำนวน 4 เครื่อง เพื่อตีอากาศเติมออกซิเจนลงไปในน้ำ ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้กลิ่นเหม็นลดลง และนำเครื่องเติมออกซิเจนในน้ำจำนวน 7 เครื่องมาติดตั้งด้วย นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบทุกโรงงานที่อยู่ริมลำน้ำพองว่ามีพฤติกรรมเช่นไรบ้าง ตามที่มีข้อกังวลของชาวบ้านว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสยจากโรงงาน แต่ในเบื้องต้นนั้นยังไม่พบแต่อย่างใด โดยจะมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

นางศิริวรรณ สุดาจันทร์ ผู้อำนวยการสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 กล่าวว่า ทางหน่วยงานได้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของการตรวจสอบนั้นจะมีสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติในลำน้ำพองตั้งแต่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ จนถึงพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น โดยในปีนี้จากการตรวจสอบซึ่งพบความผิดปกติของปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำต่ำตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2563 และต่อมาเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2563 น้ำเริ่มขุ่น และจากการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ท้ายเขื่อนอุบลรัตน์พบว่า ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำอยู่ที่ 0.1-2.2 มิลลิกรัมต่อลิตร ทำให้ทราบว่าปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำนั้นเริ่มต่ำมาตั้งแต่ท้ายเขื่อน จากการวิเคราะห์พบว่าเขื่อนอุบลรัตน์ค่อยข้างจะแห้ง และนำในลำน้ำพองมีปริมาณน้อยมาก การไหลของน้ำจึงค่อนข้างช้า และน้ำนิ่ง ทำให้เกิดสารอินทรีย์หรือตะกอนท้องน้ำย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ ทำให้เกิดก๊าซไข่เน่า เมื่อมีน้ำไหลเข้ามาจำนวนมากทำให้ก๊าซไข่เน่าเกิดการฟุ้งกระจายขึ้น และน้ำจากลำน้ำสาขาของแม่น้ำพองไหลเข้ามาก็จะทำให้เกิดน้ำขุ่นดังกล่าวขึ้น