ขอนแก่น โรคคอบวมในโค กระบือระบาดต่อเนื่องตายเพิ่มเป็น63ตัวแล้ว

380

โรคคอบวมในโค-กระบือ ยังระบาดต่อเนื่องในพื้นที่ ต.บ้าน ผือ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งล่าสุดวันนี้มีโค-กระบือของชาวบ้านในพื้นที่ ล้มตายเพิ่มอีกรวมเป็น 63 ตัวแล้ว ด้านปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น เร่งฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดและป่วยตายเพิ่ม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2563 นายสัตวแพทย์ชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหนองเรือ จ.ขอนแก่น นำวัคซีนป้องกันโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย หรือ โรคคอบวม เข้าฉีดโค-กระบือ ของนาง นงเยาว์ โหมดขาว อายุ 45 ผู้เลี้ยงโค-กระบือ ต.บ้านผือ อ.หนองเรือ หลังในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า มีโค-กระบือของชาวบ้านในพื้นที่ ต.บ้านผือ ล้มตายจากโรคคอบวม รวมแล้วจำนวน 63 ตัว โดยล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันนี้กระบือของนางนงเยาว์ที่เลี้ยงไว้ประมาณ 90 ตัว ได้ล้มตายคาคอก จำนวน 2 ตัว และตายขณะลอยข้ามหนองน้ำ จำนวน 1 ตัว มูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินกว่า 150,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีกระบือที่มีความเสี่ยงติดโรคคอบวมอีกกว่า 10 ตัว จึงต้องเร่งทำการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน

นายสัตวแพทย์ชาญประเสริฐ พลซา ปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในพื้นที่ ต.บ้านผือ อ.หนองเรือ ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมีอาชีพเลี้ยงโค-กระบือ รวมแล้วกว่า 1,391 ตัว ซึ่งลักษณะการเลี้ยงจะเป็นการไล่ต้อนไปตามที่ที่เป็นแหล่งน้ำและป่าหญ้า เมื่อเกิดโรคคอบวมแพร่ระบาดจึงทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อจากอีกตัวสู่อีกตัวได้ง่าย โดยเฉพาะขณะนี้ที่เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่สภาพอากาศมีความชื้น ทำให้เชื้อโรคนี้อยู่ได้ถึง 1 เดือน ดังนั้นสิ่งต้องเร่งช่วยเหลือป้องกัน คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ทั้งในกระบือที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้กับกระบือในส่วนที่เหลือ ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำให้ชาวบ้านเลี้ยงโคกระ-บือ ในคอกของตนเองในช่วงนี้ก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่ม เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์กับสัตว์ ที่สามารถติดต่อได้ทางน้ำลายและมูลของโคกระบือ โดยหากโค-กระบือตัวใดรับเชื้อเข้าไปก็จะมีอาการหายใจหอบลึกมีเสียงดัง คอหรือหน้าบวมแข็ง มีความเสี่ยงที่จะตายสูง

ส่วนการช่วยเหลือ เบื้องต้นได้นำหญ้าแพงโกล่าอัดแท่ง จำนวน 800 ก้อน มามอบให้กับชาวบ้านเพื่อใช้เป็นอาหารให้กับโคกระบือในช่วงที่กักเลี้ยงไว้ในคอก ขณะเดียวเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ได้มีการตั้งจุดตรวจสกัดไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้าออก-ออก และผ่านเข้าไปในชุมชนที่มีการแพร่ระบาด เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะนำโรคเข้ามาและนำโรคออกไป โดยรถทุกคันที่ขับผ่านเข้าออกจะต้องถูกฉีดพ้นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกคัน