ขอนแก่น (ชมคลิป)เด้งผอ.ร.ร.ช่วยราชการ สพป.เขต2 ปมลวนลามเด็กนักเรียนหญิง

519

ความคืบหน้ากรณีครูภาษาไทยโรงเรียนบ้านทุ่งมน พานักเรียนหญิงชั้น ม.2 จำนวน 5 คนเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.บ้านไผ่ กล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนมีพฤติกรรมลวนลามเด็กนักเรียนหญิงหลายคน ล่าสุดตำรวจเตรียมทำหนังสือเชิญผอ.ร.ร.มาสอบปากคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการลงพื้นที่ตรวจสจอบพร้อมสั่งย้ายผู้อำนวยการที่ถูกกล่าวหาช่วยราชการที่ สพป.เขต2 จนกว่ากระบวนการสืบสวนสอบสวนจะแล้วเสร็จ

ความคืบหน้ากรณี นางสาวภวรรค์อัมพร แถวโนนงิ้ว ครูภาษาไทยโรงเรียนบ้านทุ่งมน ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พานักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 จำนวน 5 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.ประนอม มะลาหอม สว.(สอบสวน) สภ.บ้านไผ่ ว่า นักเรียนหญิงทั้ง 5 คน ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนลวนลาม จึงขอแจ้งความร้องทุกข์ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเด็กหญิงทั้ง 5 คน ต่างให้การตรงกันว่า ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนมักจะมาโอบกอด ลูบไล้ที่แขน ที่หลัง และถามว่า มีเงินใช้หรือไม่ ถ้าไม่มีให้เข้าไปหาที่ห้องทำงาน และถามว่ามีแฟนกันหรือยัง ซึ่งทุกคนเชื่อว่า การกระทำดังกล่าว คือการลวนลาม ไม่ใช่ความเอ็นดูที่ครูมีต่อนักเรียน จึงนำเรื่องบอกผู้ปกครอง และบอกครูภาษาไทย ซึ่งผู้ปกครองมอบหมายให้ครูภาษาไทย เป็นตัวแทนพานักเรียนเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บ้านไผ่ ดังกล่าว และจะไม่มีการยอมความ ทั้งยังขอเรียกร้องให้ย้ายผู้อำนวยการออกจากโรงเรียนโดยเร็วที่สุด ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกกล่าวหาออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันไม่ได้มีพฤติกรรมเชิงชู้สาวตามที่ถูกกล่าวหา โดยครูภาษาไทยที่พานักเรียนแจ้งความนั้นตามกลั่นแกล้งตัวเองสารพัดเรื่อง พร้อมทั้งรอดูความเคลื่อนไหวของทางครูหากเกิดความเสียหายร้ายแรงก็จะดำเนินการตามกฎหมายตามสิทธิของตัวเอง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำครูและนักเรียนทั้ง 5 คนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ต.ค.2563 ที่ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ สว.(สอบสวน)สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ได้ทำการสอบสวน นางสาวภวรรค์อัมพร แถวโนนงิ้ว ครูภาษาไทยโรงเรียนบ้านทุ่งมน ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นคนแรก จากนั้นก็สอบปากคำนักเรียนหญิงชั้น ม.2 จำนวน 5 คนตามลำดับ โดยภายหลังการสอบสวน พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ สว.(สอบสวน)สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า ในวันนี้ทำการสอบปากคำตั้งเช้า จนถึงขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งฟังจากคำให้การของนักเรียนจะทราบพฤติกรรมว่าสิ่งที่กระทำนั้นเข้าข่ายอนาจาร ซึ่งเมื่อสอบสวนผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้ว จะได้ทำการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เป็นการรวบรวม พยาน หลักฐาน ก่อนที่จะออกหนังสือเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนมาสอบสวนตามขั้นตอน

นายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือเด็กนักเรียน

พร้อมกันนี้ นายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือเด็กนักเรียน และเลขาศูนย์ช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 และคณะ ลงพื้นที่เข้าพบกับทาง พ.ต.ท.อำนาจ เชาเทอรี่ สว.(สอบสวน)สภ.บ้านไผ่ พร้อมทั้ง นางสาวภวรรค์อัมพร แถวโนนงิ้ว ครูภาษาไทยโรงเรียนบ้านทุ่งมน และนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 จำนวน 5 คนที่เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีตามกฎหมายเอาผิดผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งทุกฝ่ายมีการพูดคุยร่วมกันประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ

โดยนายชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือเด็กนักเรียน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ครูที่เดินทางพานักเรียนเข้าแจ้งความทราบว่าได้รับความยินยอมจากทางผู้ปกครองของนักเรียนหญิงทั้ง 5 คน ในการเป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแทนผู้ปกครองทั้งหมด ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นทุกฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรม ทั้งฝ่ายผู้อำนวยการ ฝ่ายนักเรียน และครูในโรงเรียน กระบวนการสอบสวนการดำเนินการทางคดีอาญา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอน ในส่วนของการดำเนินการทางวินัยนั้น ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2 จะเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด รวมทั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในฐานะผู้บังคับบัญชา โดยเบื้องต้นนั้น ทาง สพป.ขอนแก่น เขต 2 ได้มีคำสั่งให้ นายสมชาย เล่ห์กัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งมนที่ถูกกล่าวหา ย้ายมาปฏิบัติราชการที่ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ชั่วคราวตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (14 ต.ค.2563) เป็นต้นไป พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาตรวจสอบตามขั้นตอนเพื่อดำเนินการทางวินัย

จากการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ความผิดเบื้องต้นยังไม่ถึงขั้นถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือมีเพศสัมพันธ์ให้เกิดความเสียหาย แต่จะมีพฤติกรรมลวนลามทางเพศ ซึ่งเรื่องนี้จะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่นานและหากทางด้านคดีมีความชัดเจนมีความผิดทางอาญา ในทางวินัยก็จะดำเนินการให้ออกจากราชการไว้ก่อนภายใน 24 ชั่วโมงทันที แต่เบื้องต้นอาจจะใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวสักระยะจึงจะปรากฏว่า ผอ.ร.ร.มีความผิดหรือไม่ หรือเด็กนักเรียนพูดความจริงหรือไม่ หรือครู เข้าใจผิดหรือไม่ ก็ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ได้กำชับทางคณะกรรมการตรวจสอบให้เร่งรัดดำเนินการโดยเร็ว โดยต้องระบุเวลาในการทำงานให้ทางกระทรวงทราบทันทีว่าจะใช้เวลาตรวจสอบได้ภายในกี่วัน

นายชนะ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของพฤติกรรมต่างๆนั้น อยากจะฝากทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักเรียนในเรื่องการพูดคุยให้ระมัดระวังแสดงออกถึงความเป็นเด็กนักเรียน ควรแบ่งแยกขอบเขตในการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียน หรือทางครู บา อาจารย์ก็ดี ในการสื่อสารก็ก็อาจจะปรากฎในสิ่งที่เกินเลย เมื่อเกินเลยในสื่อก็จะทำให้เกิดความเดสียหาย ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการเองได้ให้ความสำคัญและความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน และมีการย้ำชัดกำหนดนโยบายในการปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากเกิดเหตุขึ้นมาก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างไม่มีละเว้น